ใบนำฝาก (Pay-in) ใช้เป็นหลักฐานการกู้ยืมไม่ได้นะจ๊ะ

ในยุคสมัยที่เรามีการใช้ระบบชำระเงินผ่านธนาคารกันง่ายขึ้นไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินผ่านเค้าเตอร์ธนาคาร หรือการใช้ระบบโอนเงินผ่าน Online Banking แค่เพียงหยิบมือถือมาโอนผ่าน App ก็ได้แล้ว และมีการส่งหลักฐานการโอนเงินให้กับเพื่อนที่อยู่ปลายทางง่ายดังปลายนิ้ว แต่ปัญหามันมักจากเกิดขึ้นกันตอนที่เรามีการทวงถามเงินกันนะสิ หลายครั้งที่เวลาเกิดปัญหาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ แล้วทางทีมงานทนายความได้สอบถามถึงหลักฐานในการยืมเงินขึ้นมา หลายคนมักจะนำ ใบนำฝาก หรือ Pay-in Slip ที่ทางธนาคารออกให้มาแจ้งว่า นี่ไงๆๆๆหลักฐาน โอนให้แล้ว เพราะในนั้นจะมีการระบุตัวเงิน วันที่โอน บัญชีที่โอนหากันได้ครบถ้วน แต่… ศาลท่านไม่ถือเป็นหลักฐานในการพิจารณานะจ๊ะ ใบ Pay-in นั้นคือใบที่แสดงว่ามีการโอนเงินทำธุรกรรมกันก็จริงอยู่ แต่ในใบนำฝากนั้นไม่สามารถบอกเจตนาระหว่างผู้ยืมกับผู้ให้ยืมได้ ใครโอนเงินหากันก็ได้ โอนเรื่องอะไรก็ได้ อาจจะเป็นเงินในเรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ให้เฉยๆ ให้เงินไปลงทุน ฝากซื้องของ หรือฝากไปทำบุญก็ได้ และในแต่ละวันมีการโอนเงินกันเป็นล้านๆรายการในประเทศไทย หากมีคนจะฟ้องร้องโดยอ้างด้วยใบนำฝากด้วยข้อหาการกู้เงิน ก็คงจะวุ่นวายกันน่าดูเลยนะ การให้ยืมเงินอย่างถูกต้องนั้นควรจะต้องใช้หลักฐานการกู้ยืมที่มีการให้ลายเซ็นต์คนกู้ โดยจะเขียนข้อตกลงอย่างไรก็ได้ ไม่มีการบังคับ และเรียกดอกเบี้ยเงินกู้ได้ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี แต่ขอให้มีลายเซ็นต์ แต่เราจะใช้ใบนำฝากไปฟ้องคดีไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นแล้วหากเราจะให้ใครกู้เงิน อย่าลืมทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ ติดต่อทีมงาน Finlawtech เพื่อร่างเอกสารสัญญาต่างๆได้นะครับ www.finlawtech.com Email : info@finlawtech.com…