ให้เงินกู้ โดยถือใบโฉนดที่เขาให้มา ถ้าถูกเบี้ยวจะยึดโฉนดเขาไม่ได้นะเธอ

มีอยู่หลายคนเวลาที่จะให้คนอื่นยืมเงินอาจจะบอกกับลูกหนี้ว่า เขาต้องการความมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยจริง ไม่ใช่ยืมเงินแล้วเชิดหนีหายไปเลย ก็จะมีการเสนอกันว่า งั้นก็ทำสัญญาเงินกู้สิและอาจจะมีหลักประกันให้ด้วยนะว่าถ้าไม่จ่ายจริงก็ยึดของไปเลยก็ได้ ถ้ายืมเงินมูลค่าเยอะหน่อยก็อาจจะเอาโฉนดมาให้ดูและให้เจ้าหนี้เก็บไว้ เจ้าหนี้ก็อาจจะมองแล้วสบายใจว่า นี่ไงมีทั้งสัญญาเงินกู้แถมยังมีโฉนดของลูกหนี้อยู่ในมือด้วย

 

อันนี้เป็นความเข้าใจผิดค่อนข้างมากเพราะเราไม่สามารถทำเหมือนโรงรับจำนำกับโฉนดได้ การที่เราถือโฉนดของลูกหนี้ไว้ แล้วเขาอยากได้โฉนดคืน เขาก็แค่ไปแจ้งหายกับทางหน่วยงานราชการเพื่อขอทำใหม่ก็ได้ ในส่วนเอกสารของเจ้าหนี้ที่ถือก็ไม่สามารถใช้ในการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ได้

 

สิ่งที่เจ้าหนี้ควรจะทราบก็คือ การที่ลูกหนี้เอาโฉนดมาให้เรานั้นทำได้อย่างมากก็คือการได้เห็นว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินอะไรอยู่และสามารถนำไปขายเปลี่ยนแปลงเป็นเงินได้เท่านั้น หากเกิดเหตุการณ์เบี้ยวหนี้ขึ้นมาจะไปยึดโฉนดเขาไม่ได้ สิ่งที่สามารถทำได้คือการฟ้องร้องได้ตามสัญญาเงินกู้เท่านั้น ถ้าไม่มีสัญญาเงินกู้ด้วยเสร็จเลย ไม่มีหลักฐาน โฉนดก็ยึดไม่ได้ กลับบ้านมือเปล่าทันที

 

หากเราจะให้คนอื่นยืมเงินโดยมีทรัพย์สินค้ำประกันแล้วลดความเสี่ยงต่อเราเอง อาจจะใช้วิธีการจดจำนองทรัพย์สินหรือการขายฝากแทนก็ได้นะครับเพราะธุรกรรมต่างๆจะทำกันอย่างเป็นทางการ พวกโฉนดทั้งหลายนี่จะทำเรื่องกันที่กรมที่ดิน มีเจ้าหน้าที่ของทางราชการคอยดูแลอย่างถูกกฎหมายอีกด้วย

 

ท้ายสุดหากมองว่าการนำโฉนดมาให้เก็บไว้เพราะเป็นวิธีการให้เงินกู้ที่ไม่ยุ่งยาก อาศัยความเชื่อใจเอา และสามารถตรวจสอบได้ว่ามีทรัพย์สินอยู่จริง ค่อยไปฟ้องตามสัญญาเงินกู้เมื่อมีปัญหากันที่หลัง ก็ต้องอย่าลืมเอาโฉนดไปเช็คกับทางกรมที่ดินนะครับว่าโฉนดนั้นติดปัญหาอะไรหรือเปล่า เพราะบางคนอาจจะมีการจดจำนองไว้อยู่หลังโฉนดแต่ไปแจ้งออกเอกสารใหม่มาให้เราทำให้เราไม่ทราบ พอมีปัญหาเราจะไปฟ้องเขา เขามีหนี้สินเยอะอยู่แล้วอาจจะตามฟ้องเอาเงินคืนยากเช่นกันครับ

 

ติดต่อทีมงาน Finlawtech เพื่อร่างเอกสารสัญญาต่างๆได้นะครับ

www.finlawtech.com
Email : info@finlawtech.com
โทร 02-693-0364 ,082-701-8642

 

ใบนำฝาก (Pay-in) ใช้เป็นหลักฐานการกู้ยืมไม่ได้นะจ๊ะ

ในยุคสมัยที่เรามีการใช้ระบบชำระเงินผ่านธนาคารกันง่ายขึ้นไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินผ่านเค้าเตอร์ธนาคาร หรือการใช้ระบบโอนเงินผ่าน Online Banking แค่เพียงหยิบมือถือมาโอนผ่าน App ก็ได้แล้ว และมีการส่งหลักฐานการโอนเงินให้กับเพื่อนที่อยู่ปลายทางง่ายดังปลายนิ้ว แต่ปัญหามันมักจากเกิดขึ้นกันตอนที่เรามีการทวงถามเงินกันนะสิ หลายครั้งที่เวลาเกิดปัญหาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ แล้วทางทีมงานทนายความได้สอบถามถึงหลักฐานในการยืมเงินขึ้นมา หลายคนมักจะนำ ใบนำฝาก หรือ Pay-in Slip ที่ทางธนาคารออกให้มาแจ้งว่า นี่ไงๆๆๆหลักฐาน โอนให้แล้ว เพราะในนั้นจะมีการระบุตัวเงิน วันที่โอน บัญชีที่โอนหากันได้ครบถ้วน แต่… ศาลท่านไม่ถือเป็นหลักฐานในการพิจารณานะจ๊ะ ใบ Pay-in นั้นคือใบที่แสดงว่ามีการโอนเงินทำธุรกรรมกันก็จริงอยู่ แต่ในใบนำฝากนั้นไม่สามารถบอกเจตนาระหว่างผู้ยืมกับผู้ให้ยืมได้ ใครโอนเงินหากันก็ได้ โอนเรื่องอะไรก็ได้ อาจจะเป็นเงินในเรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ให้เฉยๆ ให้เงินไปลงทุน ฝากซื้องของ หรือฝากไปทำบุญก็ได้ และในแต่ละวันมีการโอนเงินกันเป็นล้านๆรายการในประเทศไทย หากมีคนจะฟ้องร้องโดยอ้างด้วยใบนำฝากด้วยข้อหาการกู้เงิน ก็คงจะวุ่นวายกันน่าดูเลยนะ การให้ยืมเงินอย่างถูกต้องนั้นควรจะต้องใช้หลักฐานการกู้ยืมที่มีการให้ลายเซ็นต์คนกู้ โดยจะเขียนข้อตกลงอย่างไรก็ได้ ไม่มีการบังคับ และเรียกดอกเบี้ยเงินกู้ได้ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี แต่ขอให้มีลายเซ็นต์ แต่เราจะใช้ใบนำฝากไปฟ้องคดีไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นแล้วหากเราจะให้ใครกู้เงิน อย่าลืมทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ ติดต่อทีมงาน Finlawtech เพื่อร่างเอกสารสัญญาต่างๆได้นะครับ www.finlawtech.com Email : info@finlawtech.com…